บทความนี้แอดเขียน [Guide] อธิบายวิธีการเก็บข้อมูลและอ่านผล traffic ง่ายๆบน WordPress ด้วย Jetpack Stats ของโคตรดีย์ พัฒนาโดยทีม Automattic
Web Data is Gold
เว็บไซต์คือที่เก็บข้อมูลประเภท first party ที่สำคัญที่สุดของธุรกิจ เป็น high quality data source ที่นำมาใช้วางแผน คิดกลยุทธ์ ปรับปรุง site ของเราให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
คำถามที่ตอบได้ด้วย web data เช่น
- มีคนเข้าเว็บไซต์ของเรากี่คน traffic มาจากช่องทางไหนบ้าง
- contents ที่คนชอบอ่าน pages/ posts อะไรที่ได้รับความนิยม
- marketing campaign ที่เรารันบน social media ได้ผลลัพธ์ดีแค่ไหน
- พฤติกรรมของผู้เข้าชมเว็บไซต์ เช่น ระยะเวลาที่เข้าชม, จำนวนหน้าเฉลี่ยที่แวะชม และ bounce rate เป็นต้น
ถ้าใครใช้ WordPress เหมือนแอด แอดขอนำเสนอ Jetpack Stats plugin สำหรับทำ website analytics ติดตั้งง่าย ใช้งานสะดวก เก็บ data ได้ไม่อั้น โหดมาก 555+
ทุกเว็บไซต์ที่สร้างบน wp.com จะได้ plugin ตัวนี้ติดตั้งมาฟรีเลย (basic version) ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม แต่ถ้าใครใช้ self-host ที่อื่น ต้องซื้อ Jetpack มาติดตั้งเองนะค้าบ
Meet Jetpack Stats

อ้างอิงจากสถิติของ WordPress เดือน ก.พ. 2025 มีเว็บที่ใช้ Jetpack plugin ทั่วโลกประมาณ 27 ล้านเว็บไซต์ ข้อดีของ Jetpack คือ UI สวย ฟีเจอร์ครบ ใช้งานง่ายมาก
แอดใช้ Jetpack เก็บข้อมูลบน datarockie มาตั้งแต่ปี 2017 ไม่มีงอแง 555+ ดูข้อมูลย้อนหลัง 7-8 ปีสบายๆ โดย data ที่ Jetpack เก็บจะแบ่งเป็น 4 modules ดังนี้
- Traffic
- Insights
- Subscribers
- Ads
บทความนี้แอดเขียนอธิบายเรื่อง traffic data ก่อน (สำคัญสุดเลย) ส่วน stats อื่นๆ ไว้แอดเขียนอธิบายให้อ่านครั้งหน้านะครับ .. เหลือเรื่องอื่นให้แอดเขียนบ้าง ยั๊งงง 555+
First Step
เพื่อนๆที่ใช้ wp.com เหมือนแอด ลองทำตาม Guide วันนี้ได้ง่ายๆ
ไปที่หลังบ้าน wp admin เลือกเมนู Stats และเลือก Date Range ที่เราต้องการ ปกติ default จะกำหนดไว้เป็น 30 วันหลังสุด (rolling ไปเรื่อยๆ)

พอเลือก period เสร็จแล้ว เราสามารถกำหนด levels ในการดูข้อมูลได้ด้วย เช่น รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี (4 ระดับ)
Most Important Metrics
สอง metrics ที่สำคัญที่สุดของเว็บไซต์หนึ่งๆคือ views และ visitors

- Views จำนวนครั้งที่หน้า page หรือ post ของเว็บเราถูกโหลดขึ้นมา
- Visitors จำนวนผู้เข้าชมเว็บของเรา (i.e. unique visitors)
แอดใช้ metrics สองตัวนี้เป็น KPI วัดความสำเร็จของเว็บ เดือน ม.ค. 2025 หน้า pages และ posts ทั้งหมดถูกโหลดขึ้นมา 68.6K ครั้ง จากผู้เข้าชมทั้งหมด 38.6K คน
# a simple formula
average views per visitor = views / visitors
เอาตัวเลข views/ visitors จะได้ average views per visitor = 68.6/ 38.6 = 1.77 โดยเฉลี่ยผู้เข้าชมเว็บไซต์ datarockie หนึ่งคนจะกดอ่านคอนเทนต์ 1.77 หน้า
ตัวเลขทั้งหมดที่แอดอธิบายใน section นี้เรียกว่า “quality metrics” ยิ่งสูง ยิ่งดี เย้
datarockie.com ปี 2024 ทำสถิติใหม่ มีผู้เข้าชมเว็บไซต์เยอะที่สุดตั้งแต่เราเปิดเว็บมาเลย views +5% visitors +6% ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนมากๆนะคร้าบ ❤️
Key Dimensions
หน้า dashboard ของ Jetpack Stats จะแสดงผล views และ visitors แบ่งตาม dimensions ต่างๆ เช่น top pages/ posts, referrers และ devices เป็นต้น
มาลองดูตัวอย่าง reports ของ Jetpack Stats ใน section นี้กันนะครับ
Top Posts & Pages
Report นี้แสดง “Posts & pages” ที่มีจำนวน views เยอะสุดใน period ที่เราเลือก
ถ้าเรารู้ว่าคนชอบอ่าน topic อะไร (หรือไม่ชอบอ่านอะไร) จะได้วางแผนเขียน content เดือนต่อๆไปได้ดีขึ้น i.e. content planning

Referrers
ข้างๆ posts & pages จะมี report widget อีกอันชื่อ “Referrers“
นิยามของ Referrers คือ “Websites referring visitors sorted by most clicked. Learn about where your audience comes from”
แปลภาษาไทยง่ายๆคือ เว็บไซต์ผู้แนะนำที่ส่ง visitors มาที่เว็บเรา

Devices
เราสามารถดูจำนวน visitors แบ่งตามประเภท devices ได้ที่ report นี้
Traffic ที่วิ่งเข้า datarockie เกือบ 70% มาจาก desktop .. ตอนแอดเห็น data นี้ครั้งแรก แอดรู้เลยว่าเราต้อง optimize content สำหรับหน้าจอใหญ่ๆเป็นหลัก
ข้อดีของ WordPress Themes สมัยใหม่ เค้าเขียนมาเป็น mobile responsive หมดแล้ว แสดงผลสวย ดูดีทุกขนาดหน้าจอบน desktop, mobile และ tablet

Jetpack มี dimensions ให้เราดึงมาวิเคราะห์อีกเพียบ เช่น countries, browsers, OS, authors, search terms และ UTM อันนี้เพิ่งมาใหม่ ของดีเลย เย้ 555+
Content Strategy
อันนี้ขอพูดตรงๆเลยว่า แอดทำงานเป็น data analyst แต่ดู data บนเว็บตัวเองน้อยมาก ยั๊งงง 555+ หลักๆแอดดูแค่ยอด views และ visitors บน wordpress
ส่วน Google Analytics ติดไว้เฉยๆ ปีหนึ่งเปิดดู 1-2 ครั้งเอง 🤣
ถ้าเราศึกษาเรื่อง keywords เขียน high quality contents สม่ำเสมอ ที่ตอบโจทย์ทั้งมนุษย์และ Google bots ตัวเลข views และ visitors ควรจะดีขึ้นเรื่อยๆแบบอัตโนมัติ
Google ใช้หลักการ EEAT สำหรับ rank contents ใน search engine
- Experience – เขียนจากประสบการณ์ตรง
- Expertise – มีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่เราเขียน
- Authoritativeness – เป็นผู้นำใน domain นั้นๆ นึกถึง data ต้องแวะมา datarockie ยั๊งงง 555+ (Stoic + Generalist ก็เช่นกัน)
- Trustworthiness – เว็บไซต์ปลอดภัย เชื่อถือได้
สองปีที่ผ่านมา แอดเปลี่ยนมาเขียน long-form contents มากขึ้น โฟกัส EEAT แบบจัดเต็ม ผลประกอบการ traffic ดีขึ้นตามลำดับ (แต่คิดว่าทำได้ดีกว่านี้อีกเยอะเลย ><“)
บทความที่มีคนเข้าอ่านเยอะสุดของปี 2024 คือ Suddenly Talented ยาวจัด 555+
แถมเรื่อง web analytics อีกนิดหนึ่ง
ถ้าใครอยากวัดผลเว็บไซต์แบบ 360 องศา เห็นภาพครบทุกมิติ tools ที่ทีม data ใช้กันมีสามตัวคือ Jetpack Stats, Google Search Console และ Google Analytics
📝 Google Search Console เรียกสั้นๆว่า GSC ส่วน Google Analytics คือ GA4
Want to Create a Website
สำหรับเพื่อนๆที่อยากเริ่มทำ website ง่ายๆของตัวเอง newsletter ฉบับต่อไป แอดจะมาสอนทำ WordPress แบบจับมือทำแบบ zero to hero รอติดตามได้เลยคร้าบ

Leave a Reply